ช่วงเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่น การรู้คำศัพท์หลายคำยังไม่พอถ้าไม่รู้ว่าจะนำมาต่อเป็นประโยคอย่างไร
วิธีที่ใช้ได้จริงกว่าการท่องรายการคำคือเริ่มจาก ประโยคสั้นที่มีหน้าที่ชัด เช่น ทักทาย บอกชื่อ ขอความช่วยเหลือ ถามราคา หรือบอกสิ่งที่ชอบ แล้วค่อยเปลี่ยนคำบางส่วนเพื่อสร้างประโยคใหม่
บทนี้จึงไม่ได้ตั้งใจให้จำทุกประโยคเป็นสคริปต์ แต่ให้มองแต่ละประโยคเป็น pattern ที่หยิบไปดัดแปลงได้
ถ้ายังไม่คุ้นฮิรางานะ สามารถดู ฮิรางานะคืออะไร และ วิธีเริ่มฮิรางานะ ควบคู่กัน โดยใช้โรมาจิเป็นตัวช่วยชั่วคราว ไม่ต้องรออ่านคานะคล่องทั้งหมดก่อนเริ่มพูด
ประโยคทักทายที่ควรรู้ก่อน
おはようございます。
Ohayou gozaimasu.
สวัสดีตอนเช้า
こんにちは。
Konnichiwa.
สวัสดี
こんばんは。
Konbanwa.
สวัสดีตอนเย็น
สามรูปนี้ทำให้เราเริ่มบทสนทนาได้โดยไม่ต้องสร้างประโยคยาว และเป็นคำที่ควรฝึกจากเสียงจริง เพราะจังหวะการพูดมีความสำคัญพอ ๆ กับการอ่านตัวอักษร
ถ้าต้องการฝึกชุดนี้ทั้งการอ่านและการฟัง ต่อได้ที่ คำทักทายภาษาญี่ปุ่น
ขอบคุณและขอโทษเป็นประโยคที่ใช้บ่อยมาก
ありがとうございます。
Arigatou gozaimasu.
ขอบคุณครับ / ค่ะ
すみません。
Sumimasen.
ขอโทษครับ / ค่ะ / ขออนุญาต / ใช้เรียกความสนใจอย่างสุภาพ
すみません มีประโยชน์มากสำหรับผู้เริ่มต้น เพราะใช้ได้หลายบริบท เช่นขอโทษเมื่อรบกวน เรียกพนักงาน หรือเริ่มถามคนแปลกหน้าอย่างสุภาพ
อย่าจำเพียงคำแปลไทยคำเดียว ให้ผูกกับสถานการณ์ เช่นเดินเข้าไปถามทางแล้วเริ่มด้วย すみません ก่อนถามคำถามต่อ
เริ่มแนะนำตัวด้วย はじめまして
เมื่อพบกันครั้งแรก ใช้:
はじめまして。
Hajimemashite.
ยินดีที่ได้รู้จัก / ใช้เมื่อพบกันครั้งแรก
จากนั้นบอกชื่อได้ เช่น:
私はミナです。
Watashi wa Mina desu.
ฉันชื่อมินะ / ฉันคือมินะ
และปิดช่วงแนะนำตัวด้วย:
よろしくお願いします。
Yoroshiku onegaishimasu.
ฝากเนื้อฝากตัวด้วย / ยินดีที่ได้รู้จัก
คำว่า よろしくお願いします ไม่มีคำแปลไทยคำเดียวที่ครอบคลุมทุกสถานการณ์ จึงควรจำเป็นวลีพร้อมบริบทมากกว่าพยายามแปลทีละคำ
ฝึกบทสนทนาแนะนำตัวเต็มขึ้นได้ที่ แนะนำตัวภาษาญี่ปุ่น
は ในประโยค 私は…です อ่านว่า wa
ผู้เริ่มต้นมักสงสัยว่าทำไม は ซึ่งปกติอ่าน ha จึงอ่าน wa ในประโยค:
私は学生です。
Watashi wa gakusei desu.
ฉันเป็นนักเรียน / นักศึกษา
เมื่อ は ทำหน้าที่เป็น particle ในรูปนี้ จะออกเสียงว่า wa
โครงสร้าง:
A は B です。
ใช้เป็น pattern พื้นฐานได้ เช่น:
私はタイ人です。
Watashi wa Tai-jin desu.
ฉันเป็นคนไทย
私は学生です。
Watashi wa gakusei desu.
ฉันเป็นนักเรียน / นักศึกษา
อย่ามอง です ว่าเท่ากับคำว่า “คือ” ทุกครั้งแบบตรงตัว แต่ให้มองเป็นส่วนหนึ่งของรูปประโยคสุภาพที่ผู้เริ่มต้นจะเจอบ่อย
บอกว่ามาจากประเทศไทย
ใช้ได้หลายรูป หนึ่งในรูปที่กระชับคือ:
タイ出身です。
Tai shusshin desu.
มาจากประเทศไทย / มีบ้านเกิดจากประเทศไทย
หรือถ้าตอบคำถามว่า “มาจากไหน”:
タイから来ました。
Tai kara kimashita.
มาจากประเทศไทย
คำว่า タイ เขียนด้วยคาตาคานะ เพราะเป็นชื่อประเทศต่างประเทศในภาษาญี่ปุ่น ถ้ายังไม่คุ้นระบบนี้ อ่าน คาตาคานะคืออะไร ต่อได้
บอกสิ่งที่ชอบด้วย …が好きです
โครงสร้างที่ใช้ได้เร็วมากคือ:
A が好きです。
A ga suki desu.
ชอบ A
เช่น:
コーヒーが好きです。
Koohii ga suki desu.
ชอบกาแฟ
日本の音楽が好きです。
Nihon no ongaku ga suki desu.
ชอบเพลงญี่ปุ่น
แทนที่จะจำประโยคเดียว ให้เปลี่ยน A เป็นอาหาร เพลง กีฬา งานอดิเรก หรือสิ่งที่เราชอบจริง จะช่วยให้ pattern นี้กลายเป็นภาษาของเราเอง
ถามว่า “นี่คืออะไร”
これは何ですか?
Kore wa nan desu ka?
นี่คืออะไร
คำนี้มีประโยชน์ในคลาสและการเรียนด้วยตัวเองมาก เพราะใช้ถามสิ่งของหรือคำที่ยังไม่รู้ได้
ตัวอย่างคำตอบ:
これは本です。
Kore wa hon desu.
นี่คือหนังสือ
เริ่มจาก pattern これは…です แล้วเปลี่ยนคำนาม จะได้ฝึกทั้งคำศัพท์และรูปประโยคพร้อมกัน
ถามว่า “อยู่ที่ไหน”
…はどこですか?
… wa doko desu ka?
…อยู่ที่ไหน
เช่น:
駅はどこですか?
Eki wa doko desu ka?
สถานีรถไฟอยู่ที่ไหน
トイレはどこですか?
Toire wa doko desu ka?
ห้องน้ำอยู่ที่ไหน
สำหรับผู้เริ่มต้น pattern นี้มีประโยชน์มากกว่าการจำคำศัพท์สถานที่อย่างเดียว เพราะเพียงเปลี่ยนคำนามด้านหน้า ก็ใช้ถามสถานที่ใหม่ได้ทันที
ถามราคา
これはいくらですか?
Kore wa ikura desu ka?
อันนี้ราคาเท่าไร
หรือเมื่อสิ่งที่ถามชัดจากบริบทแล้ว อาจได้ยิน:
いくらですか?
Ikura desu ka?
ราคาเท่าไร
การถามราคาเชื่อมกับตัวเลขโดยตรง ถ้าต้องการฝึกฟังและอ่านตัวเลขญี่ปุ่นเพิ่ม ใช้ บทเรียนตัวเลขภาษาญี่ปุ่น เป็นชุดฝึกประกอบได้
เวลาซื้อของ ใช้ これをください
これをください。
Kore o kudasai.
ขออันนี้ครับ / ค่ะ
ตรงนี้ を เขียน wo ในระบบโรมาจิบางแบบ แต่ในภาษาญี่ปุ่นสมัยใหม่เมื่อเป็น particle มักออกเสียงใกล้ o
ประโยคนี้ใช้ได้เมื่อตัวสินค้าอยู่ตรงหน้าและเราชี้หรือเลือกได้ชัดเจน
เมื่อเริ่มคล่อง ค่อยเพิ่มชื่อสินค้าแทน これ หรือฝึกบทสนทนาซื้อของที่มีคำถามเรื่องจำนวนและราคา
ถ้าฟังไม่เข้าใจ ให้มีประโยคช่วยตัวเอง
ผู้เริ่มต้นไม่จำเป็นต้องเข้าใจทุกอย่างเพื่อคุยต่อได้ สิ่งสำคัญคือมีภาษาสำหรับจัดการตอนที่ตามไม่ทัน
わかりません。
Wakarimasen.
ไม่เข้าใจ / ไม่ทราบ
もう一度お願いします。
Mou ichido onegaishimasu.
ขออีกครั้งครับ / ค่ะ
ゆっくりお願いします。
Yukkuri onegaishimasu.
ขอพูดช้า ๆ หน่อยครับ / ค่ะ
ประโยคประเภทนี้มีค่ามาก เพราะช่วยให้ผู้เรียน อยู่ในบทสนทนาต่อ แทนที่จะต้องกลับไปภาษาไทยทันทีเมื่อฟังพลาดหนึ่งช่วง
ไม่จำเป็นต้องใส่ 私 และ あなた ทุกประโยค
ภาษาไทยและภาษาอังกฤษทำให้ผู้เริ่มต้นคุ้นกับการพูด “ฉัน” หรือ “คุณ” บ่อย แต่ภาษาญี่ปุ่นมักละสิ่งที่เข้าใจจากบริบทได้
เช่นหลังมีคนถามชื่อ เราสามารถตอบ:
ミナです。
Mina desu.
มินะค่ะ / ครับ
โดยไม่จำเป็นต้องพูด 私は ทุกครั้ง
เช่นเดียวกัน ควรระวังการใช้ あなた แทน “คุณ” ในทุกประโยค เพราะภาษาญี่ปุ่นมักใช้ชื่อ ตำแหน่ง หรือไม่กล่าวประธานเลยเมื่อบริบทชัด
ช่วงแรกให้เรียนจากประโยคตัวอย่างทั้งประโยค จะช่วยสร้างความรู้สึกเรื่องสิ่งที่มักละได้ดีกว่าแปลจากภาษาไทยคำต่อคำ
โรมาจิควรเป็นตัวช่วย ไม่ใช่ข้อความหลักตลอดไป
ในบทนี้มีโรมาจิเพื่อช่วยเริ่มออกเสียง แต่เมื่อคำเริ่มคุ้น ให้ลองอ่านจากภาษาญี่ปุ่นก่อนแล้วค่อยเช็กโรมาจิ
เช่นแทนที่จะอ่าน:
Konnichiwa
ให้ลองมอง:
こんにちは
แล้วเรียกเสียงออกมาก่อน
ถ้ายังติดการอ่านจากตัวอักษรโรมัน สามารถใช้แนวทางใน เมื่อไรควรหยุดพึ่งโรมาจิ เพื่อค่อย ๆ ลดตัวช่วยโดยไม่ต้องเลิกทันที
วิธีฝึกประโยคให้เอาไปพูดได้ ไม่ใช่แค่จำได้
เลือก pattern เพียงไม่กี่แบบ แล้วเปลี่ยนข้อมูลให้เกี่ยวกับตัวเอง
ตัวอย่างจาก:
A が好きです。
ลองเปลี่ยนเป็นอาหาร เพลง กีฬา และงานอดิเรกหลายคำ
จาก:
A はどこですか?
ลองเปลี่ยน A เป็น 駅, トイレ, ホテル หรือสถานที่ที่มีโอกาสต้องถามจริง
จากนั้นฝึกสามรอบ:
- อ่านประโยคพร้อมดูตัวอย่าง
- ปิดตัวอย่างแล้วตอบจากโจทย์หรือภาพ
- สร้างประโยคของตัวเองโดยไม่ใช้ประโยคต้นแบบตรง ๆ
แนวนี้ช่วยเปลี่ยน “ประโยคที่เคยเห็น” ให้กลายเป็น pattern ที่ดึงออกมาใช้ได้
เรียนต่อจากประโยคพื้นฐานไปทางไหนดี
ถ้ายังอยู่ช่วงเริ่มต้น ใช้ ภาษาญี่ปุ่นพื้นฐานสำหรับผู้เริ่มต้น เป็นแผนภาพรวม แล้วเลือกฝึกหัวข้อที่ตรงกับสิ่งที่กำลังใช้
- คำทักทายภาษาญี่ปุ่น สำหรับการพบคนและวลีสุภาพ
- แนะนำตัวภาษาญี่ปุ่น สำหรับชื่อ ประเทศ และสถานะ
- ตัวเลขภาษาญี่ปุ่น สำหรับอายุ ราคา และจำนวน
ไม่จำเป็นต้องรอให้ grammar ครบก่อนเริ่มพูด ประโยคพื้นฐานเหล่านี้เองคือข้อมูลที่ช่วยให้เราเห็น grammar ในบริบทจริง
สรุป
ประโยคภาษาญี่ปุ่นพื้นฐานที่มีประโยชน์ที่สุดไม่ใช่ประโยคที่ยาวหรือดูเก่ง แต่คือประโยคที่ช่วยให้เรา เริ่มบทสนทนา บอกข้อมูลของตัวเอง ถามสิ่งที่ต้องการ และรับมือเมื่อฟังไม่ทัน
เริ่มจากวลีทักทาย การแนะนำตัว A は B です, ความชอบ A が好きです, คำถาม どこですか / いくらですか และประโยคช่วยตัวเองอย่าง もう一度お願いします
เมื่อฝึกโดยเปลี่ยนคำและสถานการณ์ แทนการท่องประโยคเดิมอย่างเดียว เราจะค่อย ๆ ใช้ภาษาญี่ปุ่นเป็นระบบที่ประกอบประโยคใหม่ได้ ไม่ใช่ชุดสคริปต์ที่จำได้เฉพาะตามลำดับ
