ตัวเลขภาษาจีน 1-100 เป็นพื้นฐานที่ใช้บ่อยมาก เพราะตัวเลขไม่ได้อยู่แค่บทเรียนเรื่องคณิตศาสตร์ แต่ปรากฏในอายุ เวลา ราคา วันที่ จำนวนสินค้า และเบอร์โทรศัพท์

ข้อดีคือระบบตัวเลขภาษาจีนมี pattern ค่อนข้างชัด เมื่อรู้ 1–10 แล้ว เลขสองหลักจำนวนมากสามารถสร้างได้จากหลักเดียวกัน

ตัวเลขภาษาจีน 1-10

一 yī — 1
二 èr — 2
三 sān — 3
四 sì — 4
五 wǔ — 5
六 liù — 6
七 qī — 7
八 bā — 8
九 jiǔ — 9
十 shí — 10

ช่วงแรกควรฝึกฟังเลขแบบสุ่ม ไม่ใช่ท่อง 1 ถึง 10 เรียงอย่างเดียว เพราะในชีวิตจริงตัวเลขไม่ได้มาเป็นลำดับ

ถ้าต้องการฝึกทั้งการเห็นเลข ฟังเสียง และตอบจากความจำ สามารถต่อกับ บทเรียนตัวเลขภาษาจีน ได้ทันที

วิธีสร้างเลข 11-19

เลข 11 ถึง 19 ใช้ 十 นำหน้า แล้วตามด้วยหลักหน่วย

十一 shíyī — 11
十二 shí’èr — 12
十三 shísān — 13
十四 shísì — 14
十五 shíwǔ — 15
十六 shíliù — 16
十七 shíqī — 17
十八 shíbā — 18
十九 shíjiǔ — 19

คิดง่าย ๆ ว่า 11 คือ “สิบหนึ่ง” และ 15 คือ “สิบห้า”

วิธีสร้างเลข 20-99

เลขหลักสิบใช้ตัวเลข + 十

二十 èrshí — 20
三十 sānshí — 30
四十 sìshí — 40
五十 wǔshí — 50
六十 liùshí — 60
七十 qīshí — 70
八十 bāshí — 80
九十 jiǔshí — 90

ถ้ามีหลักหน่วย ให้ตามท้าย เช่น:

二十一 èrshíyī — 21
三十五 sānshíwǔ — 35
四十八 sìshíbā — 48
九十九 jiǔshíjiǔ — 99

ส่วน 100 คือ:

一百 yìbǎi — 100

二 กับ 两 ต่างกันอย่างไร

ผู้เริ่มต้นมักสงสัยว่าทำไมเลข 2 มีทั้ง 二 èr และ 两 liǎng

โดยทั่วไป 二 ใช้เวลาอ่านตัวเลขตามลำดับ เช่น 2, 12, 22 หรือหมายเลขต่าง ๆ

两 มักใช้หน้าลักษณนามและบางหน่วย เช่น:

两个人 liǎng ge rén — สองคน
两杯水 liǎng bēi shuǐ — น้ำสองแก้ว

ช่วงแรกยังไม่ต้องจำทุกข้อยกเว้น แต่ควรรู้ว่าทั้งสองคำไม่ได้ใช้แทนกันทุกสถานการณ์

ใช้ตัวเลขจีนบอกอายุ

รูปประโยคพื้นฐานคือ:

你几岁?
Nǐ jǐ suì?
คุณอายุเท่าไร

我十五岁。
Wǒ shíwǔ suì.
ฉันอายุ 15 ปี

สำหรับผู้ใหญ่ มักได้ยินคำถาม:

你多大?
Nǐ duō dà?
คุณอายุเท่าไร

ฝึกโดยเปลี่ยนอายุหลายตัวเลข จะช่วยให้เลข 10–99 คล่องขึ้นมาก

ใช้ตัวเลขจีนบอกเวลา

ชั่วโมงใช้ 点 diǎn

三点 sān diǎn — 3 โมง
七点 qī diǎn — 7 โมง

ครึ่งชั่วโมงใช้ 半 bàn

三点半 sān diǎn bàn — 3 โมงครึ่ง

รูปคำถาม:

现在几点?
Xiànzài jǐ diǎn?
ตอนนี้กี่โมง

การฝึกเวลาด้วยนาฬิกาจริงช่วยมาก เพราะผู้เรียนต้องเห็นเวลาแล้วเรียกเลขออกมาเอง

ใช้ตัวเลขจีนถามราคา

คำถามพื้นฐาน:

多少钱?
Duōshao qián?
ราคาเท่าไร

ตัวอย่าง:

二十块 èrshí kuài — 20 หยวน
五十八块 wǔshíbā kuài — 58 หยวน

คำว่า 块 kuài ใช้ในภาษาพูดคล้าย “หยวน” ในสถานการณ์ทั่วไป

ถ้าฝึกซื้อของ ควรสลับทั้งการฟังราคาและพูดราคา เพื่อไม่ให้เก่งเฉพาะการอ่านตัวเลข

ใช้เลขกับวันที่

วันที่ใช้ 号 hào หรือ 日 rì

十月二号 shí yuè èr hào — วันที่ 2 ตุลาคม

月份 หรือเดือนใช้ 月 yuè

一月 — มกราคม
二月 — กุมภาพันธ์
十二月 — ธันวาคม

ระบบเดือนจีนตรงไปตรงมามาก เพราะใช้เลข + 月

ใช้ตัวเลขจีนกับเบอร์โทรศัพท์

เบอร์โทรมักอ่านทีละหลัก

เวลาพูดหมายเลขโทรศัพท์ เลข 1 มักอ่าน yāo แทน yī เพื่อให้ฟังชัดและไม่สับสนในบางบริบท

ผู้เริ่มต้นควรฝึกฟังชุดตัวเลขสุ่ม เช่น 4–6 หลัก แล้วค่อยเพิ่มเป็นเบอร์ยาว

นี่เป็นแบบฝึก listening ที่ดีมาก เพราะไม่มีบริบทช่วยเดา

วิธีฝึกตัวเลขจีนให้คล่อง

อย่าฝึกเฉพาะท่อง 1–100

ลองเปลี่ยนเป็นงานจริง:

ดูราคาแล้วพูด
ตั้งนาฬิกาแล้วบอกเวลา
สุ่มอายุ
อ่านหมายเลขห้อง
ฟังตัวเลขแล้วเขียน
พูดเบอร์โทร

เมื่อเลขอยู่ในสถานการณ์ สมองจะเรียนทั้งความหมายและความเร็วในการเรียก

ตัวเลขเป็นจุดเริ่มของลักษณนาม

เมื่อพูดจำนวนสิ่งของ ภาษาจีนมักมีลักษณนาม เช่น:

一个人 yí ge rén — หนึ่งคน
两杯茶 liǎng bēi chá — ชาสองแก้ว
三本书 sān běn shū — หนังสือสามเล่ม

ผู้เริ่มต้นควรรู้ 个 ge ก่อน แล้วค่อยเพิ่มลักษณนามตามคำศัพท์ที่ใช้จริง หากต้องการเข้าใจว่า 本、张、只、杯 และคำอื่นเลือกใช้อย่างไร อ่านต่อที่ ลักษณนามภาษาจีนสำหรับผู้เริ่มต้น ได้

สรุป

ตัวเลขภาษาจีน 1-100 มีระบบค่อนข้างตรงไปตรงมา: รู้ 1–10 แล้วนำมาประกอบกับ 十 เพื่อสร้างเลขสองหลัก

สิ่งที่ทำให้เลขกลายเป็นภาษาที่ใช้ได้คือการเอาไปฝึกกับ อายุ เวลา ราคา วันที่ จำนวน และเบอร์โทร

เมื่อฝึกจากสถานการณ์เหล่านี้บ่อยพอ เราจะไม่ต้องนับในหัวจาก 1 ทุกครั้ง แต่จะเริ่มได้ยินและพูดตัวเลขออกมาโดยตรง

เรียนต่อจากบทความนี้ไปลองกับบทเรียนและแบบฝึกจริงเปิดเส้นทางเรียน →